การ์ดจุดคืออะไร

การ์ดจุด คืออะไร 

การ์ดจุดเป็นบัตรภาพที่มี จุดและตัวเลข การ์ดจุดเหมาะสำหรับเด็ก 0-3 ขวบ
เพราะเป็นวัย 0-3 ช่วงวัยที่มีการใช้สมองซีกขวามากกว่าซ้าย
การ์ดจุดจะช่วยกระตุ่นสมองซีกขวาให้น้องเรียนรู้สิ่งต่างๆได้เร็วขึ้นค่ะ 

จุดที่เพิ่มขึ้นบ่งบอกจำนวนที่เพิ่มขึ้น 
รับรู้ง่ายกว่าการแฟรชตัวเลขให้น้องดูแล้วบอกนี่ 4 นี่ 9 เป็นเชิงสัญลักษณ์
น้องทราบแค่ว่ามันคืออักษร 4 กับ 9
แต่ไม่ทราบว่ามันคือจำนวนที่เพิ่มขึ้นค่ะ

การ์ดจุดนั้น แฟรชมา 3 จุด ก็มีปริมาณ 3 ออกเสียง three!
น้องรับสารและเข้าใจได้ทันทีว่าคือ 3
แฟรชมา 5 จุด ก็มีปริมาณ 5 ออกเสียง five!
น้องรับและเข้าใจได้ทันทีว่า ปริมาณเท่านี้คือ 5

ง่ายต่อการเรียนรู้เรื่องปริมาณ ปูทางไปสู่การสอน บวกลบคูณหาร ได้ง่ายขึ้น
เมื่อถึงจุดนึงแล้วโปรแกรมจะเชื่อมโยงตัวเลขและจุดเข้าด้วยกันเอง
น้องจะลิงก์และทำความเข้าใจได้เอง
การเรียนรู้เรื่องจำนวน สามารถใช้การ์ดจุเรียนได้ ถึง บวก ลบ คุณ หาร
(คุณแม่ควรมีเวลาพอจะสอนน้องทุกวัน วันละ 5 นาที )
ง่ายๆคือการบวก คุณแม่ แฟลช 1 , 3 , 4 ( พูดขณะแฟรชตามการ์ดว่า หนึ่ง บวก สาม เท่ากับ 4 )
น้องจะทราบทันทีจากจำนวนที่เพิ่มขึ้นของจุด ไม่ใช่จากตัวเลขอารบิกเชิงสัญลักษณ์ค่ะ
ซึ่งตรงนี้ทำให้น้องเข้าใจได้ง่ายกว่า
หรืออาจจะแฟรชการ์ดจุด 4 เลย แล้วบอกว่า หนึ่ง บวก สาม เท่ากับ สี่ 

ทำความเข้าใจก่อนแฟลชการ์ด
- พ่อแม่ต้องมีความคิดเชิงบวก หากลูกเลือกคำตอบผิด คุณก็เพียงแค่ให้ลูกดูคำตอบที่ถูกต้องและอ่านคำตอบที่ถูกต้องให้ลูกฟัง อย่าแสดงความผิดหวังเพราะการแสดงออกแบบนั้นจะส่งผลให้เด็กคิดว่า คุณกำลังคิดว่าลูกไม่สามารถทำได้ และจะทำให้ลูกคุณเครียดในที่สุด และการสอนแบบนี้จะไม่เป็นผลสำเร็จหากคุณคิดว่าลูกคุณไม่เข้าใจสิ่งที่คุณสอน 
เลิกวิธีคิดแบบสมองซีกซ้าย พยายามเลิกหาเหตุผลระหว่างการสอนและอย่าพยายามทำให้ลูกท่องจำ 
มีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูก ขอให้คุณสนุกกับการสอนลูก เมื่อคุณเสร็จจากการแฟรชบัตรแล้ว ให้กอดลูก และบอกลูกจากใจจริงว่า “ขอบคุณนะลูกที่ดูบัตรในวันนี้ แม่มีความสุขมากเลย” 
ผ่อนคลาย หากคุณเคร่งเครียดในระว่างรอบการแฟรชบัตร สมองซีกขวาของลูกคุณจะปิดตัวลง และเปลี่ยนหน้าที่การทำงานไปเป็นสมองซีกซ้ายแทน หากลูกคุณเครียด ลูกคุณจะไม่สามารถซึมซับข้อมูลได้ถึงแม้ว่าในตอนนั้นจะมองดูบัตรคำอยู่ก็ตาม 
อย่าสงสัยในความสามารถของลูก ขอให้คุณเข้าใจว่าการสอนจุดให้ลูกนั้นมันก็เป็นกระบวณการเดียวกันกับการเรียนรู้ภาษา เหมือนกันตรงที่ลูกคุณจะเริ่มเข้าใจภาษาก่อนที่จะพูดได้เสียอีก และนี่ก็เหมือนกันที่ว่าลูกคุณจะเข้าใจการสอนแบบจุดก่อนที่จะได้เห็นส่วนประกอบอื่นๆเสียอีก หากเราเปรียบเทียบการคำนวณกับหลักภาษา จะเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ซับซ้อนอะไรเลย สำหรับเด็กเล็กนั้น จุดเป็นเรื่องง่ายและสนุก คุณเองก็ต้องพยายามทำความเข้าใจกับจุดนี้ด้วยนะคะ 

ประเภทของการ์ดจุด แบ่งเป็น 2 หลักสูตรค่ะ 
-สูตรของชิจิดะ โปรแกรม 63 วัน (663 ใบ) 
-สูตรของทางเกลน โปรแกรม 50 วัน (100 ใบ) 

ต่างกันยังไง? 
-ต่างกันที่โปรแกรมของเกลนเน้นการแฟรชซ้ำมากกว่าชิจิดะเน้นการคำนวน
-ตัวการ์ดที่ต่างกัน ของชิจิดะเค้าจะแยกมาเป็นวันเลยว่าวันนี้แฟรชอะไรบ้าง
มีซองการ์ดแยกแต่ละวันให้สำเร็จ บางวันต้องแฟรชตัวเลขซ้ำๆก็คือจะมีให้หมดค่ะ
แต่ของเกลนเค้าจะมีแค่การ์ด 0-100 ค่ะแล้วคุณแม่ต้องมาจัดชุดในแต่ละวันเองกำหนดโจทย์เอง 

ชิจิดะ
 จะเป็นโปรแกรมใหญ่ 63 วัน เน้นความเข้าใจเรื่องของจำนวน และ สมการ บวกลบง่ายๆจนถึงขั้นสูง
ในแต่ละวันมีซองการ์ดให้สะดวกมาก เหมาะกับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการความครบเครื่องและความต่อเนื่องค่ะ
ตัวการ์ดมีทั้งจุด ทั้งตัวการ์ตูน น่ารัก ไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน ดึงดูดเด็กได้ดี มากค่ะ

เกลน โปรแกรม 50 วัน เน้นปริมาณจุดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยเป็นการเน้นแฟรชซ้ำไปเรื่อยๆ
มีสมการบวกลบ ง่ายๆในแต่ละวัน สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่พอมีเวลาและต้องการพื้นฐานการ์ดจุด ตัวนี้มีแต่จุดแดงค่ะ



คำถามยอดนิยม 
-เหมาะกับเด็กกี่ขวบ? 
การเริ่มต้นน้องเรียนรู้ได้ตั้งแต่ 6 เดือน  - 3 ขวบ และแฟรชทวทวนต่อเนื่องไปถึง 6 ขวบค่ะ

-ข้อดีคืออะไรช่วยอะไรได้บ้าง? 
ช่วยกระตุ้นสมองซีกขวา นอกจากการสอนผ่านจุดจะช่วยให้ลูกคุณมีความสามารถคำนวนได้อย่างรวดเร็วแล้ว
ยังจะช่วยให้สมองลูกคุณทำงานแตกต่างออกไปโดยการกระตุ้นการเริ่มทำงานของสมองซีกขวา
ในขณะเดียวกัน มันจะช่วยดึงพลังการจำข้อมูลเป็นรูปภาพของสมองซีกขวา
ความสามารถเรื่อง ESP (Extra Sensory Perceptions –การที่คนเราสามารถรับรู้สิ่งต่างๆได้โดยไม่ต้องอาศัยประสาทสัมผัสทั้ง 5 )
พลังในการจำ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการคิดอะไรได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งหมดนี้ใช้เวลาในการสอนวันละสองสามนาทีเท่านั้นเอง
การคำนวณผ่านจุดเป็นความสามารถของสมองซีกขวาซึ่งติดตัวเด็กทุกคนมาตั้งแต่เกิด
เมื่อลูกคุณสามารถที่จะเปิดความสามารถทางธรรมชาติด้านการคำนวณได้ วิชาคณิคศาสตร์ก็จะกลายเป็นวิชาที่เรียนได้อย่างง่ายดาย 

-ทำอย่างไรให้เด็กสนใจ? 
หากลูกของคุณไม่มองดูจุด คุณควรจะประมวลบทเรียนของคุณใหม่
คุณเคยบังคับให้ลูกดูจุดหรือเปล่า คุณเคยพยายามให้ลูกดูบัตรจุดอันเดิมๆหรือเปล่า
ขอให้จำไว้ว่าการทำอะไรซ้ำๆทำให้เด็กเบื่อ หากลูกเบนสายตาไม่ยอมดูบทเรียน
ลูกก็กำลังส่งสัญญาณว่าลูกเข้าใจบทเรียนนั้นแล้ว และคุณสามารถข้ามไปขั้นต่อไปได้เลย
หากลูกไม่ยอมมองจุดเลย ให้คุณหยุดบทเรียนนั้นไปสังสองสามเดือน แล้วค่อยเริ่มใหม่อีกที
การสอนแบบจุดนั้น ไม่ใช้การสอนให้จำ ดังนั้นจะทำแบบพักบ้างก็ไม่เป็นไร
หลังจากการพัก ลูกก็จะกลับมาสนใจมองดูจุดอีกครั้ง
เด็กทารกสามารถเรียนได้ภายในเวลาหนึ่งวินาที ดูเหมือนว่าเด็กจะไม่ได้มองดูจุดเลย
แต่จริงๆแล้ว เด็กใช้เวลามองจุดแค่หนึ่งวินาทีก็สามารถเรียนรู้จุดได้แล้ว

-จำเป็นไหมต้องเป็นจุดสีแดง? 
เป็นอะไรก็ได้ค่ะ ที่เป็นภาพชัดเจนและตัดกับพื้นหลังเก็นชัด ยิ่งเป็นภาพการ์ตูนก็จะช่วยดึงความสนใจลูกได้มากขึ้นค่ะ

-จำเป็นไหมต้องสุ่มจุด ทำไมไม่เรียงจุด? 
ชิจิดะเชื่อว่าสมองซีกขวาสามารถบันทึกรายการได้เป็นจำนวนมากและอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าของพวกนั้นจะมีการวางเรียงไว้ในลักษณะไหน

-สอนไปพร้อมกับบัตรคำศัพท์อื่นๆได้หรือไม่? 
ได้ค่ะ ^_^ 

ขอบคุณส่วนหนึงจาก homeschoolthailand


  • 3 วิธีเลือกซื้อจากวัสดุของบัตรคำศัพท์1.ขนาดเท่าไหร่ดี ?ขนาด A5 :ขนาดมาตรฐานสากล / ใหญ่กว่ามือจับถนัด / มีความชัดเจนมากขนาด A6 :ขนาดพอดีมืออาจประคองยากหาจะแฟลชเร็วมากๆ / ความชัดเจนร...

  • วิธีแฟลชการ์ด 1. ถือบัตรคำศัพท์ไว้ในมือ 10-30 ใบ ใช้มือประคองโดยหัวนิ้วโป้งดันหลังภาพไว้ 2. หยิบภาพจากข้างหลังมาด้านหน้า พร้อมกล่าวชื่อรูปนั้นๆ 3. แฟลชด้วยความเร็วที่สุดที่ทำได้...

  • ใช้ youtube สอนภาษายังไงให้มีประโยชน์+ไม่กระทบพัฒนาการลูก บทความนี้หมิวจะมาพูดถึง youtubeสื่อการสอนภาษาที่ดีที่สุดสำหรับพ่อแม่ที่พูดไม่เก่งไม่มีงบจ้างครูฝรั่งหรือพาลูกเรียนนานาชาติ...

  • รีวิวในหน้านี้เกือบทั้งหมดเป็นการ์ดของทางร้านเองค่ะ มีทั้งรุ่นเก่าและใหม่ค่ะ สงสัยในส่วนไหนของคลิปไลน์เข้ามาสอบถามได้เลยนะคะ รีวิวลูกค้าทางบ้าน ----------------------------...